top of page

HOTLINE: +6684 522 2429
+6661 156 5453
Your Smile, Our Inspiration
รับจัดกรุ๊ปทัวร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ,
กรุ๊ปเหมาหมู่คณะหรือส่วนตัว, ดูงานสัมมนา,
อีเว้นท์ (Event), จัดกิจกรรมนอกสถานที่ Walk Rally
รังสรรค์งานโดยทีมงานมืออาชีพ


#t2gojourney #peaceblog #georgia
กลับมาอีกแล้วนะคะกับ #peaceblog
ฤกษ์งามยามดี วันนี้พีซจะพาทุกคนไปเที่ยวที่ ‘ประเทศจอร์เจีย’ประเทศที่อยู่สุดขอบของทวีปเอเชีย มีบรรยากาศดีแบบยุโรป มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ป่า เขา แม่น้ำและสิ่งที่พิเศษเลยคือ ประเทศนี้ ‘free visa’ สำหรับคนไทย 365 วันเต็มๆและค่าครองชีพก็เรียกได้ว่าไม่ต่างกับประเทศไทยเราเท่าไหร่

พีซได้มีโอกาสไปจอร์เจียในช่วงปีใหม่ 2019-2020
ไปกับสายการบิน Turkish Airlines ขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ
และไปต่อเครื่องที่อิสตันบูล ตุรกี จากไทยไปยังอิสตันบูลใช้เวลาเดินทาง 10ชั่วโมง 55 นาที
และได้ต่อเครื่องจากอิสตันบูล ไปยังจุดหมายคือเมืองหลวงทบิลิซี (Tbilisi) ใช้เวลาป ระมาณ 2ชั่วโมง 25นาที
ทุกคนที่เข้าประเทศจอร์เจียในช่วงนี้จะได้รับไวน์คนละขวด


และจัดการซื้อซิมที่ใช้ในประเทศที่นี่


เราได้เช่ารถกับ sixt ราคา $684.97 สามารถรับและคืนรถที่ Tbilisi International Airport


วันแรก หลังจากรับรถมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็ทำการ check-in เข้าที่พัก เราพักที่ Tiflis Palace ราคาอยู่ที่ 600.81 GEL
โรงแรมจะให้ความรู้สึกคล้ายๆปราสาทเก่า ถ้ามองออกไปก็จะเห็นกระเช้าลอยฟ้า แสงแดดอ่อนๆ ให้บรรรยากาศที่ Ver Ver VerVerVer


วิวของที่ห้องมองออกไปสวยมาก ประหนึ่งดินแดนเทพนิยาย


ร้านนี้เรียกได้ว่าเป็นร้านเด็ดเลยนะ
เข้าที่พักแล้วก็ได้ไปทานข้าวกลางวันกันที่ร้าน სამიკიტნო


เก็บของในที่พักเรียบร้อยแล้ว กินข้าวเสร็จลังจากนั้นก็ไปเดินชมเมือง
ด้วยความที่โรงแรมติดกับกระเช้าก็พลาดไม่ได้ที่จะไปลองสัมผัสกับบรรยากาศชิลๆ
ไปยังจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นได้รอบเมือง

ขึ้นมาข้างบนจะพบกับอนุสาวรีย์พระแม่แห่งจอร์เจีย (Mother of Georgia หรือ Kartlis Deda) อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นด้วยอลูมิเนียม สูงกว่า 20เมตร
สวมชุดพื้นเมือง มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือแก้วไวน์

อีกแลนด์มาร์กก็คือ สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace)


และยังมีมุมต่างๆรอบเมือง แบบดีทุกมุมเลยสวยมากกกกก

หลังจากเดินเที่ยวในเมืองจนเหนื่อยแล้วก็กลับมาที่พักทานข้าวของที่โรงแรมเลย


วิวดีม้าก เมื่อมองออกไปยามค่ำคืน
และก็กลับเข้าที่พักพักผ่อนน
จากร้านอาหารมองออกไปสวยเลยยย

วันที่สอง ก่อนจะไปนอกเมือง ไปป้อมปราการนาริ กาลา (Narikala Fortress) ที่อยู่ข้างโรงแรมก่อน
ป้อมปราการนี้ เป็นป้อมปราการที่สำหรับปกป้องเมืองในสงคราม ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขา ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องกรุงทบิลิซีจากการรุกรานของศัตรู

จากนั้นก็ไปยังปราสาท Jvari Monastery Mtskheta


ที่นี่อยู่ติดกับแม่น้ำสายสำคัญ

หลังจากนั้นก็ได้ขับรถออกไปนอกเมืองระหว่างทางที่ไป วิวสวยมากกกก หิมะนี่ขาวโพลน


พีซได้ไปเจอเมืองกุดาอุรี (Gudauri) ซึ่งอยู่นอกโปรแกรมเที่ยวครั้งนี้ ขึ้นไปเจอ ski resort ได้ไปซื้อกระเช้าชมวิว


Map ตำแหน่งของเรา เลยบอกว่าเราอยู่จุดไหนแล้ว

วิวกระเช้า สวยๆมั้ยย

ที่นี่กระเช้าจะมี 3 step ขั้นแรกขึ้นกระเช้าเพื่อไปยังจุดต่อไป ต้องลงเดิน

ฟิล์มสักหน่อย

ขึ้นกระเช้าเพื่อไปยังจุดสุดท้าย

มาถึงแล้ว เห็นสกีแล้ว

วิวขาลงก็ปั๊วะอยู่นะ

มีเรื่องจะเล่า...
พีซจะไปขึ้นเขา....แต่ไปไม่ถึงเพราะถนนลื่นมาก ไม่ได้ใส่โซ่ที่ล้อรถลื่นเกือบตกเขาแหน่ะ ตอนที่ร ถจะตกเขามีคนจอร์เจียมาช่วยขับรถแทน ให้รถไม่ตกเขา โดยจ่ายให้เขา 3000฿
ค่าที่ให้เขาขึ้นมาขับรถและใส่โซ่ที่ล้อให้ แต่พอขับมาไม่ถึง 1k.m. ก็ถึงทางปกติ เลยเอาโซ่ที่ล้อออก
คุ้มไหมเอ่ยย แต่พีซว่าคุ้มนะ555555

ก่อนจะเข้าโรงแรมผ่านเมืองก่อนแวะเพื่อหาอะไรกินสักหน่อย

วิวโรงแรมจะเป็นภูเขา ที่พีซเกือบไปตกมานั่นแหละ

แต่อาหารยังไม่ค่อยถูกปาก เลยออกไปหา Local food กินไปเจอร้านขนมปังโฮมเมดแบบสดๆออกจากเตาเลย

แล้วก็กลับโรงแรมเลยพีซพักที่ Hotel kazbegi

ทานข้าวเย็นที่โรงแรมเลย มื้อนี้จะเป็นอาหารแบบ A lacart

อันนี้จะเป็น supermarket
.
อิ่มอร่อยกลับเข้าที่พัก นอนสบาย
วันที่สาม
พระอาทิตย์จะขึ้นช่วง 8โมงแล้ว
เช้ามากิน Breakfast ที่โรงแรม อาหารที่โรงแรมเป็นแบบบุฟเฟต์


วิวจากร้านอาหาร

วิวที่โรงแรมก็ดีไม่น้อยเลย


ถนนที่จะออกนอกเมืองของเค้าก็งามเด้อสู


